ค้นหาเว็บไซต์
1. ก่อนอื่นเราต้องพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ หรือ URL ที่ต้องการจะไปที่ Address bar แล้วพิมพ์ www.google.co.th
2. เมื่อพิมพ์เสร็จ กดแป้น Enter
3. แล้วรอสักครู่ให้โปรแกรมโหลดหน้า Home page หน้าแรก สังเกตเมื่อโหลดเสร็จแล้ว รูปธง หรือ โลกหมุน จะหยุดคลื่นไหว จะเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับความเร็วของการรับส่งข้อมูลของระบบเครือข่ายด้วยนะคะ ถ้าโหลดช้าต้องใจเย็นๆ รอหน่อยคะ
เมื่อโฮมเพจหน้าแรกปรากฏขึ้น สังเกตนะคะ ว่าจะมี logo google เมนูสำหรับคลิกเลือกข้อมูลที่ต้องการค้นหา เช่น ค้นหาเว็บ , รูปภาพ เป็นต้น ช่องรับคำสืบค้น หรือ คีย์เวิร์ด ปุ่มสำหรับคลิกสั่งให้ค้นหา
· เว็บจะเป็นการหาเว็บไซต์ที่มีข้อความเช่นเดียวกับคีย์เวิร์ดที่เราพิมพ์ค้นหา ส่วนรูปภาพจะเป็นการค้นหารูปภาพที่อยู่ในเว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์ดนั้นอยู่
โดยผลลัพธ์จากการค้นหา จะเป็นรายการเว็บไซต์ที่ Search Engine ค้นหาได้ หน้าละ 10 เว็บไซต์ โดยแต่ละเว็บไซต์ จะมีหัวข้อจากไตเติ้ลบาร์ของเว็บไซต์นั้น ลิงค์เชื่อมโยงให้ผู้ใช้งานคลิกไปที่เว็บไซต์ ข้อความส่วนหนึ่งบริเวณใกล้เคียงกับคีย์เวิร์ด เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตัดสินใจเลือกเข้าเว็บไซต์นั้นๆ URL ของหน้าเว็บเพจ เป็นต้น และผู้ใช้งานสามารถเลือก ดูหน้าถัดๆ ไปได้จากด้านล่าง
การพิมพ์คีย์เวิร์ดเพื่อการค้นหา มีหลักการง่ายๆ เพื่อให้สามารถค้นหาข้อมูลได้ตรงประเด็นคือ
3.1. เลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงประเด็น เช่นเมื่อต้องการหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ควรใช้คีย์เวิร์ดว่า คอมพิวเตอร์ เป็นอังษรภาษาไทย หรือ Computer เป็นอังษรภาษาอังกฤษก็ได้นะคะ ขึ้นอยู่ว่า เราต้องการเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเป็นภาษาไทยหรือภาษานั้นๆ เมื่อได้เว็บไซต์แล้ว ดูเนื้อหากว้างๆ แล้วค่อยระบุหัวข้อให้แคบลง
3.2. เครื่องหมาย + และ – เครื่องหมายบวก หมายถึง การกำหนดให้ผลลัพธ์ในการค้นหาเว็บไซต์ ต้องมีคีย์เวิร์ดนั้นอยู่ เช่น “คอมพิวเตอร์ +ความหมาย” ส่วนเครื่องหมายลบ จะหมายถึง การกำหนดให้การกำหนดให้ผลลัพธ์ในการค้นหาเว็บไซต์ ต้องไม่มีคีย์เวิร์ดนั้นอยู่ เช่น “คอมพิวเตอร์ –อุปกรณ์” หมายความว่าหาเว็บไซต์ที่มีคำว่าคอมพิวเตอร์ แต่ไม่มีคำว่าอุปกรณ์ โดยระหว่างเครื่องหมายกับคีย์เวิร์ดที่ต้องการให้มีหรือไม่มี ต้องไม่มีช่องว่า
3.3. หลีกเลี่ยงการใช้ตัวเลข ถ้าต้องมีควรใส่เครื่องหมายวงเล็บคะ เช่น “Windows 2000”
ตัวอย่างเช่น
4. หากเราจะหาข้อมูลคอมพิวเตอร์ เลือกเอาเฉพาะเว็บที่มีข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ ควรพิมพ์คำว่า คอมพิวเตอร์ เว้นวรรคหนึ่งช่อง แล้วพิมพ์เครื่องหมายบวก (+) แล้วพิมพ์คำว่าอุปกรณ์ ดังตัวอย่าง คอมพิวเตอร์ +อุปกรณ์
5. แล้วเลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ ค้นหาโดย Google หรือกดแป้น Enter ก็ได้
เมื่อค้นหาได้แล้ว ผู้ใช้งานสามารถเลือกเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานจะเข้าไปดูข้อมูลได้จากการคลิกที่ หัวข้อที่ปรากฏแล้วรอให้โปรแกรมบราวเซอร์โหลดหน้าเว็บไซต์นั้นๆ ขั้นมา โดยจะปรากฏบนเว็บบราวเซอร์หน้าต่างเดิม หากผู้ใช้งานยังต้องการเว็บไซต์หน้านี้อยู่ให้ผู้ใช้งานคลิกขวา จะปรากฏเมนูรายการให้ผู้ใช้งานเลือก ให้เลือก Open in New Windows ซึ่งหมายถึงการเปิดเว็บไซต์นี้ในหน้าต่างใหม่ ผู้ใช้งานจะได้หน้าต่างเก่าที่มีรายการที่ได้จากการสืบค้น และหน้าต่างเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานจะเข้าไปดูข้อมูล
Wednesday, June 6, 2007
หลักการเลือก Keyword ให้ตรงประเด็น
การพิมพ์คีย์เวิร์ดเพื่อการค้นหา มีหลักการง่ายๆ เพื่อให้สามารถค้นหาข้อมูลได้ตรงประเด็นคือ
3.1. เลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงประเด็น เช่นเมื่อต้องการหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ควรใช้คีย์เวิร์ดว่า คอมพิวเตอร์ เป็นอังษรภาษาไทย หรือ Computer เป็นอังษรภาษาอังกฤษก็ได้นะคะ ขึ้นอยู่ว่า เราต้องการเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเป็นภาษาไทยหรือภาษานั้นๆ เมื่อได้เว็บไซต์แล้ว ดูเนื้อหากว้างๆ แล้วค่อยระบุหัวข้อให้แคบลง
3.2. เครื่องหมาย + และ – เครื่องหมายบวก หมายถึง การกำหนดให้ผลลัพธ์ในการค้นหาเว็บไซต์ ต้องมีคีย์เวิร์ดนั้นอยู่ เช่น “คอมพิวเตอร์ +ความหมาย” ส่วนเครื่องหมายลบ จะหมายถึง การกำหนดให้การกำหนดให้ผลลัพธ์ในการค้นหาเว็บไซต์ ต้องไม่มีคีย์เวิร์ดนั้นอยู่ เช่น “คอมพิวเตอร์ –อุปกรณ์” หมายความว่าหาเว็บไซต์ที่มีคำว่าคอมพิวเตอร์ แต่ไม่มีคำว่าอุปกรณ์ โดยระหว่างเครื่องหมายกับคีย์เวิร์ดที่ต้องการให้มีหรือไม่มี ต้องไม่มีช่องว่า
3.3. หลีกเลี่ยงการใช้ตัวเลข ถ้าต้องมีควรใส่เครื่องหมายวงเล็บคะ เช่น “Windows 2000”
ตัวอย่างเช่น
หากเราจะหาข้อมูลคอมพิวเตอร์ เลือกเอาเฉพาะเว็บที่มีข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ ควรพิมพ์คำว่า คอมพิวเตอร์ เว้นวรรคหนึ่งช่อง แล้วพิมพ์เครื่องหมายบวก (+) แล้วพิมพ์คำว่าอุปกรณ์ ดังตัวอย่าง คอมพิวเตอร์ +อุปกรณ์
3.1. เลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงประเด็น เช่นเมื่อต้องการหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ควรใช้คีย์เวิร์ดว่า คอมพิวเตอร์ เป็นอังษรภาษาไทย หรือ Computer เป็นอังษรภาษาอังกฤษก็ได้นะคะ ขึ้นอยู่ว่า เราต้องการเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเป็นภาษาไทยหรือภาษานั้นๆ เมื่อได้เว็บไซต์แล้ว ดูเนื้อหากว้างๆ แล้วค่อยระบุหัวข้อให้แคบลง
3.2. เครื่องหมาย + และ – เครื่องหมายบวก หมายถึง การกำหนดให้ผลลัพธ์ในการค้นหาเว็บไซต์ ต้องมีคีย์เวิร์ดนั้นอยู่ เช่น “คอมพิวเตอร์ +ความหมาย” ส่วนเครื่องหมายลบ จะหมายถึง การกำหนดให้การกำหนดให้ผลลัพธ์ในการค้นหาเว็บไซต์ ต้องไม่มีคีย์เวิร์ดนั้นอยู่ เช่น “คอมพิวเตอร์ –อุปกรณ์” หมายความว่าหาเว็บไซต์ที่มีคำว่าคอมพิวเตอร์ แต่ไม่มีคำว่าอุปกรณ์ โดยระหว่างเครื่องหมายกับคีย์เวิร์ดที่ต้องการให้มีหรือไม่มี ต้องไม่มีช่องว่า
3.3. หลีกเลี่ยงการใช้ตัวเลข ถ้าต้องมีควรใส่เครื่องหมายวงเล็บคะ เช่น “Windows 2000”
ตัวอย่างเช่น
หากเราจะหาข้อมูลคอมพิวเตอร์ เลือกเอาเฉพาะเว็บที่มีข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ ควรพิมพ์คำว่า คอมพิวเตอร์ เว้นวรรคหนึ่งช่อง แล้วพิมพ์เครื่องหมายบวก (+) แล้วพิมพ์คำว่าอุปกรณ์ ดังตัวอย่าง คอมพิวเตอร์ +อุปกรณ์
Thursday, May 31, 2007
รู้จักภาษา HTML
รู้จักภาษา HTML
ภาษา HTML หรือ "HyperText Markup Language" ( อ่านว่า "ไฮเปอร์เท็กซ์มาร์กอัพ แลงกวิจ ")
เป็นภาษาที่ใช้ในการสร้าง Web page (อ่านว่า เว็บเพจ) ภาษา HTML ทำหน้าที่ควบคุมการแสดงผลข้อมูลในเว็บเพจ ผ่าน Web Brower (อ่านว่า เว็บบราวเซอร์) เช่น ข้อความ สี รูปภาพกราฟิก ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง การเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่นๆตลอดจนตำแหน่งของวัตถุต่างๆ ที่อยู่บนเว็บเพจ
เขียนมาได้ประโยคหนึ่ง.. เออ.. ครูเมย์ลืมไป ที่นี่ไม่ต้องวิชาการมาก..
นักเรียนเดี้ยนต้องแปลไทยเป็นไทย ทั้งที่ปกติ ภาษาไทยก็อ่านไม่ไหวกันอยู่แระ..
ค่ะ เอาเป็นว่า ครูเล่าให้ฟังแล้วกันนะคะ
ภาษามาตรฐานในการเขียน Web page เป็นภาษา HTML ค่ะ ..
ช่วยให้เรามี Web page มี Blog อ่านอย่างที่ใช้กันทุกวันนี้ค่ะ
โดยภาษา HTML มีคำสั่งให้แสดงผลทุกสิ่งที่เราเห็นผ่านหน้า Web page
เช่น รูปภาพ เสียง วิดิโอ.. เรียกได้ว่า .. เราอยากให้อะไรแสดงผ่านหน้าเว็บเพจ
ก็เลือกใช้คำสั่งตามรูปแบบของโครงสร้างภาษา HTML ตามที่เราอยากให้แสดงข้อมูลอะไร
แล้วพิมพ์คำสั่งให้ถูกต้อง.. เพียงแค่นั้น เราก็จะได้ Webpage ในรูปแบบที่เราต้องการแล้วค่ะ
เราสามารถสร้างเว็บเพจได้ 3 วิธี ดังนี้
1. ใช้โปรแกรมประเภท Text Editer (อ่านว่า "เท็กซ์เอดิเตอร์")
โปรแกรมที่นิยมใช้กันมากคือ Notepad (อ่านว่า "โน็ตเพจ" )
เพราะว่าเป็นโปรแกรมที่ให้ฟรีมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการวินโดว์อยู่แล้ว
แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่ช่วยตรวจทานให้เราเลย ว่าเราพิมพ์คำสั่งผิดรึเปล่า
2. ใช้โปรแกรมประเภท HTML Text Editors (อ่านว่า "แอชทีเอ็มเอล เท็กซ์ เอดิเตอร์")
เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกกับเรามากขึ้น
ช่วยตรวจทานคำสั่งภาษา HTML ให้เรา
และ มีชุดคำสั่งให้เราบางส่วน โดยที่เราไม่ต้องพิมพ์คำสั่งเองทั้งหมด
โปรแกรมประเภทนี้ได้แก่ EditPlus , Coffee Cup HTML Editer เป็นต้น
3. ใช้โปรแกรมประเภท Web Editer (อ่านว่า เว็บเอดิเตอร์)
เป็นโปรแกรมที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนใช้โปรแกรมที่อาจจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับภาษา HTML เลย ..
มีวิธีการใช้คล้ายกับโปรแกรมสำเร็จที่ใช้ในสำนักงานทั่วไป
ผู้ใช้สามารถมาเห็นสิ่งที่ตัวเองพิมพ์ หรือสร้างได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้ภาษา HTML
แถมยังจะมีลูกเล่นให้เราใช้กันโดยไม่ต้องปวดหัวมากมาย
โปรแกรมประเภทนี้ เช่น Microsoft FrontPage , Macromedia Dreamwever ,
Homesite , Thai HTML เป็นต้น
เป็นไงค่ะ .. รายละเอียดเยอะอยู่เหมือนกัน..ค่อยๆ ทำความเข้าใจ..
มีอะไรสงสัยก็ถามครูนะคะ
ใน entry นี้ไว้แค่นี้ก่อน
หาข้อมูลอ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.nectec.or.th/courseware/internet/web-tech/0005.html
http://www.yupparaj.ac.th/CAI/create_web/htm1.htm
จำไว้นะคะ..ภาษา HTML ง่ายนิดส์เดียว :P
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
ภาษา HTML หรือ "HyperText Markup Language" ( อ่านว่า "ไฮเปอร์เท็กซ์มาร์กอัพ แลงกวิจ ")
เป็นภาษาที่ใช้ในการสร้าง Web page (อ่านว่า เว็บเพจ) ภาษา HTML ทำหน้าที่ควบคุมการแสดงผลข้อมูลในเว็บเพจ ผ่าน Web Brower (อ่านว่า เว็บบราวเซอร์) เช่น ข้อความ สี รูปภาพกราฟิก ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง การเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่นๆตลอดจนตำแหน่งของวัตถุต่างๆ ที่อยู่บนเว็บเพจ
เขียนมาได้ประโยคหนึ่ง.. เออ.. ครูเมย์ลืมไป ที่นี่ไม่ต้องวิชาการมาก..
นักเรียนเดี้ยนต้องแปลไทยเป็นไทย ทั้งที่ปกติ ภาษาไทยก็อ่านไม่ไหวกันอยู่แระ..
ค่ะ เอาเป็นว่า ครูเล่าให้ฟังแล้วกันนะคะ
ภาษามาตรฐานในการเขียน Web page เป็นภาษา HTML ค่ะ ..
ช่วยให้เรามี Web page มี Blog อ่านอย่างที่ใช้กันทุกวันนี้ค่ะ
โดยภาษา HTML มีคำสั่งให้แสดงผลทุกสิ่งที่เราเห็นผ่านหน้า Web page
เช่น รูปภาพ เสียง วิดิโอ.. เรียกได้ว่า .. เราอยากให้อะไรแสดงผ่านหน้าเว็บเพจ
ก็เลือกใช้คำสั่งตามรูปแบบของโครงสร้างภาษา HTML ตามที่เราอยากให้แสดงข้อมูลอะไร
แล้วพิมพ์คำสั่งให้ถูกต้อง.. เพียงแค่นั้น เราก็จะได้ Webpage ในรูปแบบที่เราต้องการแล้วค่ะ
เราสามารถสร้างเว็บเพจได้ 3 วิธี ดังนี้
1. ใช้โปรแกรมประเภท Text Editer (อ่านว่า "เท็กซ์เอดิเตอร์")
โปรแกรมที่นิยมใช้กันมากคือ Notepad (อ่านว่า "โน็ตเพจ" )
เพราะว่าเป็นโปรแกรมที่ให้ฟรีมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการวินโดว์อยู่แล้ว
แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่ช่วยตรวจทานให้เราเลย ว่าเราพิมพ์คำสั่งผิดรึเปล่า
2. ใช้โปรแกรมประเภท HTML Text Editors (อ่านว่า "แอชทีเอ็มเอล เท็กซ์ เอดิเตอร์")
เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกกับเรามากขึ้น
ช่วยตรวจทานคำสั่งภาษา HTML ให้เรา
และ มีชุดคำสั่งให้เราบางส่วน โดยที่เราไม่ต้องพิมพ์คำสั่งเองทั้งหมด
โปรแกรมประเภทนี้ได้แก่ EditPlus , Coffee Cup HTML Editer เป็นต้น
3. ใช้โปรแกรมประเภท Web Editer (อ่านว่า เว็บเอดิเตอร์)
เป็นโปรแกรมที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนใช้โปรแกรมที่อาจจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับภาษา HTML เลย ..
มีวิธีการใช้คล้ายกับโปรแกรมสำเร็จที่ใช้ในสำนักงานทั่วไป
ผู้ใช้สามารถมาเห็นสิ่งที่ตัวเองพิมพ์ หรือสร้างได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้ภาษา HTML
แถมยังจะมีลูกเล่นให้เราใช้กันโดยไม่ต้องปวดหัวมากมาย
โปรแกรมประเภทนี้ เช่น Microsoft FrontPage , Macromedia Dreamwever ,
Homesite , Thai HTML เป็นต้น
เป็นไงค่ะ .. รายละเอียดเยอะอยู่เหมือนกัน..ค่อยๆ ทำความเข้าใจ..
มีอะไรสงสัยก็ถามครูนะคะ
ใน entry นี้ไว้แค่นี้ก่อน
หาข้อมูลอ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.nectec.or.th/courseware/internet/web-tech/0005.html
http://www.yupparaj.ac.th/CAI/create_web/htm1.htm
จำไว้นะคะ..ภาษา HTML ง่ายนิดส์เดียว :P
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
ปัญหาเด็กไทย(บางส่วน)กับการเข้าใจคำศัพท์ภาษาอังฤกษ
ปัญหาเด็กไทย(บางส่วน)กับการเข้าใจคำศัพท์ภาษาอังฤกษ
แค่ภาษาไทย.. ก็จะอ่าน/เขียนกันไม่ได้อยู่แล้วค่ะ..ยิ่งเจอภาษาอังกฤษ จะเหลือเหรอ..
อะ...เถียงได้เลย.. ไม่เหลือค่ะ .. ตายสลบกันซะส่วนใหญ่
ตั้งแต่มาเป็นครูคอมพิวเตอร์เต็มๆ มาสามปี
ปัญหาที่ครูสวยๆ อย่างครูเมย์เจอเนี้ยะ.. (คริคริ)
คือ.. นักเรียนอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่ได้ค่ะ
แล้ววิชาคอมพิวเตอร์มีแต่คำทับศัพท์มาทั้งนั้น
ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ..อย่างที่ทราบกันว่า แปลเป็นไทย..แทบรับกันไม่ได้
ละมุนภัณฑ์ = Software
กระด้างภัณฑ์ = Hard ware
นี่อุตส่าห์ร่ำเรียนจนจบปริญญาโทนะ..
เมื่อเดือนก่อนไปอบรมเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับกระบวนการสอนคอมพิวเตอร์
เจอคำว่า"เครื่องกราดตรวจ"..
อุ แม่เจ้า...มันคือเครื่องอะไรคะ..มึนตึบ..
เอ้า.. มาทายกันว่าคืออะไร..
ค่ะ.. Scanner ไงคะ
ดังนั้นภาษาอังกฤษกับคอมพิวเตอร์จึงห่างกันไม่ได้ค่ะ
ต้องเรียนรู้คู่กันไป..
เมื่อเกิดปัญหา..เราก็ต้องแก้ค่ะ
มีผู้เสนอแนวความคิดในการแก้ไขปัญหานี้ บ้างไหมคะ
โดยส่วนตัวแล้วเวลาจะสอนคุณหนูนักเรียนที่น่ารักนั้น
เอกสารที่สอนต้องมีคำอ่านค่ะ ..
เช่น Application Program (อ่านว่า แอพพลิเคชั่นโปรแกรม) หรือเรียกสั้นๆว่า Application (อ่านว่า แอพพลิเคชั่น)
คือ โปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่เฉพาะสำหรับผู้ใ ช้โดยตรง หรือจากแอพพลิเคชั่นอื่นในบางกรณี
นี่คาดว่าจะช่วยเหลือนักเรียนที่อ่านภาษาอังกฤษไม่ได้นะคะ
แต่กลับเป็นว่า นักเรียนก็อ่านคำว่า แอพพลิเคชั่นโปรแกรม ไม่ได้อยู่ดี
ค่ะ .. คราวนี้.. เลยต้องถึงกับให้ท่องให้อ่านกันเลยทีเดียว
พอเริ่มแรกๆ แต่พอทำไม่สม่ำเสมอ ..ลืมขยันท่อง ทั้งนักเรียนและครู
ทำอย่างไร จะให้นักเรียนหาความหมาย และอ่านเองได้ นั้นก็เป็นประเด็นสำคัญนะคะ
สื่อการสอนสนุกๆ มีขายเต็มท้องตลาด หาใช่ของฟรีไม่
เอ้าละสิ..ต้องหาวิธีการกันต่อไปค่ะ ..
มีลิงค์แนะนำ คำศัพท์คอมพิวเตอร์ / ไอที ดีๆ มีเพียบเลยค่ะ
http://www.manager.co.th/cyberbiz/showall_word.asp?wordcyber_id=57
แค่ภาษาไทย.. ก็จะอ่าน/เขียนกันไม่ได้อยู่แล้วค่ะ..ยิ่งเจอภาษาอังกฤษ จะเหลือเหรอ..
อะ...เถียงได้เลย.. ไม่เหลือค่ะ .. ตายสลบกันซะส่วนใหญ่
ตั้งแต่มาเป็นครูคอมพิวเตอร์เต็มๆ มาสามปี
ปัญหาที่ครูสวยๆ อย่างครูเมย์เจอเนี้ยะ.. (คริคริ)
คือ.. นักเรียนอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่ได้ค่ะ
แล้ววิชาคอมพิวเตอร์มีแต่คำทับศัพท์มาทั้งนั้น
ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ..อย่างที่ทราบกันว่า แปลเป็นไทย..แทบรับกันไม่ได้
ละมุนภัณฑ์ = Software
กระด้างภัณฑ์ = Hard ware
นี่อุตส่าห์ร่ำเรียนจนจบปริญญาโทนะ..
เมื่อเดือนก่อนไปอบรมเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับกระบวนการสอนคอมพิวเตอร์
เจอคำว่า"เครื่องกราดตรวจ"..
อุ แม่เจ้า...มันคือเครื่องอะไรคะ..มึนตึบ..
เอ้า.. มาทายกันว่าคืออะไร..
ค่ะ.. Scanner ไงคะ
ดังนั้นภาษาอังกฤษกับคอมพิวเตอร์จึงห่างกันไม่ได้ค่ะ
ต้องเรียนรู้คู่กันไป..
เมื่อเกิดปัญหา..เราก็ต้องแก้ค่ะ
มีผู้เสนอแนวความคิดในการแก้ไขปัญหานี้ บ้างไหมคะ
โดยส่วนตัวแล้วเวลาจะสอนคุณหนูนักเรียนที่น่ารักนั้น
เอกสารที่สอนต้องมีคำอ่านค่ะ ..
เช่น Application Program (อ่านว่า แอพพลิเคชั่นโปรแกรม) หรือเรียกสั้นๆว่า Application (อ่านว่า แอพพลิเคชั่น)
คือ โปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่เฉพาะสำหรับผู้ใ ช้โดยตรง หรือจากแอพพลิเคชั่นอื่นในบางกรณี
นี่คาดว่าจะช่วยเหลือนักเรียนที่อ่านภาษาอังกฤษไม่ได้นะคะ
แต่กลับเป็นว่า นักเรียนก็อ่านคำว่า แอพพลิเคชั่นโปรแกรม ไม่ได้อยู่ดี
ค่ะ .. คราวนี้.. เลยต้องถึงกับให้ท่องให้อ่านกันเลยทีเดียว
พอเริ่มแรกๆ แต่พอทำไม่สม่ำเสมอ ..ลืมขยันท่อง ทั้งนักเรียนและครู
ทำอย่างไร จะให้นักเรียนหาความหมาย และอ่านเองได้ นั้นก็เป็นประเด็นสำคัญนะคะ
สื่อการสอนสนุกๆ มีขายเต็มท้องตลาด หาใช่ของฟรีไม่
เอ้าละสิ..ต้องหาวิธีการกันต่อไปค่ะ ..
มีลิงค์แนะนำ คำศัพท์คอมพิวเตอร์ / ไอที ดีๆ มีเพียบเลยค่ะ
http://www.manager.co.th/cyberbiz/showall_word.asp?wordcyber_id=57
Subscribe to:
Posts (Atom)